“หมู่เกาะสุรินทร์” ทริปสุดฟิน ทะเลสวย น้ำใส ต้องได้ไปสักครั้ง !

วันนี้เรามีเป้าหมายที่จะไปดู “หมู่เกาะสุรินทร์” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยที่สุดในประเทศไทย เราจึงได้ติดต่อจองเรือดำน้ำของบริษัทซาบีน่าทัวร์ ซึ่งเป็นบริษัท ท่องเที่ยว บริษัทเดียวในตอนนี้ที่ยังเปิดให้บริการนำเที่ยวไปหมู่เกาะสุรินทร์ทุกวัน ส่วนบริษัทนำเที่ยวอื่นๆให้บริการแบบวันเว้นวัน ซึ่งเราได้รู้จักคนในพื้นที่ช่วยประสานให้ จึงได้ราคาค่าบริการถูกกว่าที่อื่น เพราะราคาปกติคงจะเกือบ 2000 บาท

การไปหมู่เกาะสุรินทร์ เราเดินทางจากอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ไปท่าเรือคุระบุรี ต้องใช้เวลา ประมาณ เกือบๆ 3 ชั่วโมงครึ่ง จึงต้องตื่นกันแต่เช้า เพื่อไปลงทริปดำน้ำให้ทันเวลา 8.30 น. มาถึงที่บริษัทซาบีน่าทัวร์ ได้รับการต้อนรับอย่างดี เริ่มต้นด้วยการลงทะเบียน (เป็นรูปภายในบริษัท) จากนั้นมีอาหารเช้ามาเสิร์ฟ เป็นไก่ทอดกับข้าวเหนียว ที่รสชาติอร่อย พร้อมกับ เครื่องดื่ม ไมโล กาแฟ โอวันติน และปาท่องโก๋ ในระหว่างที่เรากำลังรับประทานอาหารเช้านั้น ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาอธิบายทำความเข้าใจการไปดำน้ำ จากนั้นก็ไปลงเรือสปีดโบ๊ท ลำใหญ่ 3 เครื่องยนต์ เพื่อไปยังจุดดำน้ำ ตอนแรกก็ลุ้นอยู่ว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวมาร่วมดำน้ำเยอะแน่ๆ แต่ปรากฎว่านักท่องเที่ยวที่มา ดำน้ำแบบวันเดย์ทริป มีเพียงกลุ่มเราเท่านั้น

ส่วนอีกประมาณ 6-8 คน มาแบบค้างคืน ใช้เวลาการเดินทางจากท่าเรือไปถึงหมู่เกาะสุรินทร์ 1 ชั่วโมง 10 นาที พวกเราก็นั่งไปหลับไป เพราะความง่วงที่ต้องตื่นแต่เช้า จนกระทั่งถึงหมู่เกาะสุรินทร์ จากที่ง่วงๆก็ต้องตะลึง กับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือน้ำสีเขียวมรกตและใสมากๆ ราวกับเรือหางยาวลอยได้ จะมีเรือหางยาวที่มาจอดรอ เพื่อรอรับลูกค้าที่มาค้างคืนไปส่งตามจุดต่างๆ ส่วนกลุ่มเราก็ลงเรือหางยาวอีกลำเช่นกัน เพื่อไปหมู่บ้านมอร์แกน ชมวิถีการเป็นอยู่ และได้เป็นตัวแทนผู้ใจบุญ นำหนังสือการเรียนและสื่อการเรียนการสอนที่เสริมสร้างทักษะเด็กไปแจกให้กับเด็กชาวมอร์แกน จากนั้นก็ถึงเวลาที่รอคอย ได้ดำน้ำสมใจ เพราะ ทั้งเรือมีเพียงกลุ่มเราเท่านั้น

จุดที่ 1 คือ ช่องขาด จุดนี้มีปลาเยอะมาก ยิ่งเจอมาเป็นฝูงๆ ยิ่งสวยงาม ปะการังก็ทอดยาว สมบูรณ์สวยงาม

จุดที่ 2 เรียกว่าอ่าวแม่ยาย ปลาอาจจะน้อย แต่แนวปะการังสมบูรณ์มากๆ วางแนวทอดยาว เป็นกิโลเมตร เรียกได้ว่า ก้มลงไปมองตรงไหนก็เจอแต่ปะการัง

จุดที่ 3 อ่าวบอน จุดนี้เป็นจุดที่เรือมาจอดให้เรือหางยาวมารับลูกค้าครั้งแรก จุดนี้แค่อยู่บนเรือก็มองเห็นปลาลายเสือ และอีกหลากหลายชนิดอย่างชัดเจน และยิ่งได้ลงไปดำดูใต้น้ำ ก็ยิ่งหลงไหลมากๆ และไม่อยากจะขึ้นมาจากน้ำเลย แต่เวลามีจำกัด จึงต้องนั่งเรือกลับสู่ท่าเรือคุระบุรี คิดไว้ว่า หากมีโอกาส จะต้องกลับมาอีกครั้ง

เมื่อกลับมาถึงท่าเรือ อาบน้ำอาบท่าและขับรถกลับที่พัก ด้วยความที่ไปตระเวนมาทั้งวัน ก็เริ่มหิว จึงได้แวะ “ร้านในเหมือง” อาหารใต้ขึ้นชื่อของที่นี่มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไหลบัวกะทิกุ้ง ได้รับรางวัล michelin star 2 ปีติด หมูฮ้อง หมูคั่วพริกเกลือ ผัดผักเหมียง รสชาติก็อร่อยเด็ดจริง พออิ่มหนังตาเริ่มหย่อนกลับที่พัก ที่จองไว้ คือ LA ve la เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย

ข่าวสารการท่องเที่ยว คลิกที่นี่

ท่องเที่ยวทะเลไทย คลิกที่นี่